15-163 โสมาภิกษุณี



พระไตรปิฎก


๒. โสมาสูตร
ว่าด้วยโสมาภิกษุณี
[๕๒๕] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
ครั้นเวลาเช้า โสมาภิกษุณีครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เข้าไป
บิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี กลับจากบิณฑบาต ภายหลังจากฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว
เข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน ถึงป่าอันธวันแล้วจึงนั่งพักกลางวันที่โคนต้นไม้
แห่งหนึ่ง
[๕๒๖] ลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์จะให้โสมาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาด
สะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไปหา
โสมาภิกษุณีถึงที่นั่งพักแล้ว ได้กล่าวกับโสมาภิกษุณีด้วยคาถาว่า
ฐานะใดอันประเสริฐอย่างยิ่ง
คือพระอรหัตซึ่งฤาษีทั้งหลายพึงบรรลุ
อันบุคคลเหล่าอื่นให้สำเร็จได้ยาก
ท่านเป็นหญิงมีปัญญาแค่ ๒ นิ้ว A
ไม่สามารถจะบรรลุฐานะนั้นได้ B
[๕๒๗] ลำดับนั้น โสมาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ว่า “นี่ใครหนอมากล่าวคาถา จะเป็น
มนุษย์หรืออมนุษย์กันแน่” ทันใดนั้น โสมาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้อีกว่า “นี่คือ
มารผู้มีบาป ประสงค์จะให้เราเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพอง
สยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงกล่าวคาถา”
ครั้งนั้นแล โสมาภิกษุณีทราบว่า “นี่คือมารผู้มีบาป” จึงได้กล่าวกับมารผู้มีบาป
ด้วยคาถาว่า
เมื่อจิตตั้งมั่นดี เมื่อญาณเป็นไปอยู่
เมื่อเห็นแจ้งธรรมโดยชอบ
ความเป็นหญิงจะทำอะไรเราได้
ผู้ใดมีความคิดเห็นแน่นอนอย่างนี้ว่า
เราเป็นสตรีหรือว่าเราเป็นบุรุษ
ผู้ที่ยังมีความเกาะเกี่ยวว่าเรา มีอยู่
มารควรจะกล่าวกับผู้นั้นเถิด C
ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “โสมาภิกษุณีรู้จักเรา” จึงหายตัวไป
ณ ที่นั้นเอง
โสมาสูตรที่ ๒ จบ
เชิงอรรถ
A มีปัญญาแค่ ๒ นิ้ว หมายถึงมีปัญญาน้อย คือมีปัญญาแค่ใช้สองนิ้วหยิบปุยฝ้ายกรอด้าย (สํ.ส.อ.
๑/๑๖๓/๑๘๐)
B ดู ขุ.เถรี. (แปล) ๒๖/๖๑/๕๖๕
C ดู ขุ.เถรี. (แปล) ๒๖/๖๑/๕๖๕

บาลี



โสมาสุตฺต
[๕๒๕] สาวตฺถีนิทาน ฯ อถ โข โสมา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมย
นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ สาวตฺถิย
ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺต ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน อนฺธวน
เตนุปสงฺกมิ ทิวาวิหาราย อนฺธวน อชฺโฌคเหตฺวา ๑ อฺตรสฺมึ
รุกฺขมูเล ทิวาวิหาร นิสีทิ ฯ
[๕๒๖] อถ โข มาโร ปาปิมา โสมาย ภิกฺขุนิยา ภย ฉมฺภิตตฺต
โลมหส อุปฺปาเทตุกาโม สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม เยน โสมา ภิกฺขุนี
เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา โสม ภิกฺขุนึ คาถาย อชฺฌภาสิ
ยนฺต อิสีหิ ปตฺตพฺพ าน ทุรภิสมฺภว
น ต ทฺวงฺคุลปฺาย สกฺกา ปปฺโปตุมิตฺถิยาติ ฯ
[๕๒๗] อถ โข โสมาย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ โก นุ โข อย
มนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา คาถ ภาสตีติ ฯ อถ โข โสมาย
ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ มาโร โข อย ปาปิมา มม ภย ฉมฺภิตตฺต
โลมหส อุปฺปาเทตุกาโม สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม คาถ ภาสตีติ ฯ
อถ โข โสมา ภิกฺขุนี มาโร อย ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา มาร
ปาปิมนฺต คาถาหิ อชฺฌภาสิ
อิตฺถีภาโว กึ กยิรา จิตฺตมฺหิ สุสมาหิเต
าณมฺหิ วตฺตมานมฺหิ สมฺมา ธมฺม วิปสฺสโต
ยสฺส นูน สิยา เอว อิตฺถีห ปุริโสติ วา
กิฺจิ วา ปน อสฺมีติ ต มาโร วตฺตุมรหตีติ ฯ
อถ โข มาโร ปาปิมา ชานาติ ม โสมา ภิกฺขุนีติ ทุกฺขี ทุมฺมโน
ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ

******************

๑ โป. ม. อชฺโฌคาเหตุวา ฯ

อรรถกถา


อรรถกถาโสมาสูตร
ในโสมาสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ฐานํ ได้แก่ พระอรหัต. บทว่า ทุรภิสมฺภวํ ได้แก่
ทนได้ยาก. บทว่า ทฺวงฺคุลปญฺาย ได้แก่ ปัญญาเล็กน้อย อีกอย่างหนึ่ง
หญิงชื่อว่า ทฺวงฺคุลปญฺา เพราะใช้สองนิ้วหยิบปุยฝ้ายกรอด้าย. บทว่า
าณมฺหิ วตฺตมานมฺหิ ความว่า เมื่อญาณในผลสมาบัติเป็นไปอยู่. บทว่า
ธมฺมํ วิปสฺสโต ความว่า ผู้เห็นแจ้งธรรมคือสัจจะ ๔ หรือเห็นเฉพาะ
เบญจขันธ์ อันเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาในส่วนเบื้องต้น. บทว่า กิญฺจิ วา
ปน อสฺมีติ ความว่า หรือความกังวลอื่น ๆ จะพึงมีแก่ผู้ใดด้วยตัณหามานะ
และทิฐิว่า เป็นเรา ดังนี้.
จบอรรถกถาโสมาสูตรที่ ๒

ฟัง อ่าน เรื่องนี้แล้ว รู้สึกอย่างไร ? เชิญ สนทนาธรรมด้านล่างนี้

comments

Got anything to say? Go ahead and leave a comment!