15-153 อายตนะ 6



พระไตรปิฎก


๗. อายตนสูตร
ว่าด้วยอายตนะ ๖
[๔๖๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน
เขตกรุงเวสาลี สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้ภิกษุทั้งหลายเห็นชัด ชวนใจให้
อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริง
ด้วยธรรมีกถา ที่เกี่ยวกับผัสสายตนะ ๖ ภิกษุเหล่านั้นต่างใส่ใจให้สำเร็จประโยชน์
น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตสดับธรรมอยู่
ครั้งนั้น มารผู้มีบาปได้มีความคิดดังนี้ว่า “พระสมณโคดมนี้แลทรงชี้แจงให้
ภิกษุทั้งหลายเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า
ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาที่เกี่ยวกับผัสสายตนะ ๖ ภิกษุเหล่านั้น
ต่างใส่ใจให้สำเร็จประโยชน์ น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตสดับธรรมอยู่ ทางที่
ดีเราพึงเข้าไปหาพระสมณโคดมถึงที่ประทับ เพื่อให้บริษัทหลงเข้าใจผิดเถิด”
[๔๖๕] ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้วได้ร้องเสียงดัง
น่าสะพรึงกลัว ประดุจแผ่นดินจะถล่มในที่ใกล้พระผู้มีพระภาค ลำดับนั้น ภิกษุ
รูปหนึ่งจึงกล่าวกับภิกษุอีกรูปหนึ่งอย่างนี้ว่า “ภิกษุ ภิกษุ แผ่นดินนี่จะถล่มทลาย
เสียละกระมัง” เมื่อภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสกับภิกษุนั้นว่า
“ภิกษุ แผ่นดินนี้ไม่ถล่มหรอก ภิกษุทั้งหลาย นั้นคือมารผู้มีบาป มาเพื่อลวงให้
พวกเธอหลงเข้าใจผิด”
[๔๖๖] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า “นี้คือมารผู้มีบาป” จึงตรัสกับมาร
ผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า
ชาวโลกพากันหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้
ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้า มีสติ
ข้ามพ้นโลกามิสนั้น ทั้งข้ามพ้นบ่วงแห่งมารได้แล้ว
รุ่งเรืองอยู่ดุจดวงอาทิตย์ ฉะนั้น
ลำดับนั้น มารผู้มีบาป ฯลฯ จึงหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง
อายตนสูตรที่ ๗ จบ

บาลี



อายตนสุตฺต
[๔๖๔] เอก สมย ภควา เวสาลิย วิหรติ มหาวเน
กูฏาคารสาลาย ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา ฉนฺน ผสฺสายตนาน
อุปาทาย ภิกฺขู ๑ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ
สมฺปหเสติ ฯ เต จ ภิกฺขู อฏฺิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส
สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺม สุณนฺติ ฯ อถ โข มารสฺส
ปาปิมโต เอตทโหสิ อย โข สมโณ โคตโม ฉนฺน ผสฺสายตนาน
อุปาทาย ภิกฺขู ๑ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ
สมฺปหเสติ เต จ ภิกฺขู อฏฺิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส
สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺม สุณนฺติ ยนฺนูนาห เยน สมโณ
โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺย วิจกฺขุกมฺมายาติ ฯ
[๔๖๕] อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ
อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร มหนฺต ภยเภรว สทฺท อกาสิ
อปิสฺสุท ปวี มฺเ อุทฺรียตีติ ๒ ฯ อถ โข อฺตโร ภิกฺขุ
อฺตร ภิกฺขุ เอตทโวจ ภิกฺขุ ภิกฺขุ เอสา ปวี มฺเ
อุทฺรียตีติ ฯ เอว วุตฺเต ภควา ต ภิกฺขุ เอตทโวจ เนสา
ภิกฺขุ ปวี อุทฺรียติ มาโร เอโส ปาปิมา ตุมฺหาก วิจกฺขุกมฺมาย
อาคโตติ ฯ
[๔๖๖] อถ โข ภควา มาโร อย ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา
มาร ปาปิมนฺต คาถาย อชฺฌภาสิ
รูปา สทฺทา คนฺธา รสา ผสฺสา ธมฺมา จ เกวลา
เอต โลกามิส โฆร เอตฺถ โลโก วิมุจฺฉิโต
เอตฺจ สมติกฺกมฺม สโต พุทฺธสฺส สาวโก
มารเธยฺยมติกฺกมฺม อาทิจฺโจว วิโรจตีติ ฯ
อถ โข มาโร ฯเปฯ ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ

******************

๑ ม. ภิกฺขูน ฯ ๒ โป. ม. อิติสทฺโท นตฺถิ ฯ

อรรถกถา


อรรถกถาอายตนสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในอายคนสูตรที่ ๗ ต่อไป :-
บทว่า ผสฺสายตนานํ ได้แก่ อายตนะทั้งหลายแห่งผัสสะ ที่ชื่อว่า
เป็นไปในทวาร ๖ เพราะอรรถว่า เป็นที่ประชุมโดยสัญชาติ. บทว่า ภยเภรว
สทฺทํ ได้แก่ เสียงที่ให้เกิดความกลัว เช่นเสียงเมฆเสียงกลองเสียงฟ้าผ่า. บท
ว่า ปฐวี มญฺเ อุทฺรียติ ได้แก่ ผืนแผ่นดินใหญ่ ได้เป็นประหนึ่งทำ
เสียงครืนครั่น. บทว่า เอตฺถ โลโก สมุจฺฉิโต ได้แก่โลกหมกมุ่นในอารมณ์
๖ เหล่านี้. บทว่า มารเธยฺยํ ได้แก่ วัฏฏะที่เป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นที่ตั้งแห่ง
มาร.
จบอรรถกถาอายตนสูตรที่ ๗

ฟัง อ่าน เรื่องนี้แล้ว รู้สึกอย่างไร ? เชิญ สนทนาธรรมด้านล่างนี้

comments

Got anything to say? Go ahead and leave a comment!