15-015 เสียงป่าครวญ



พระไตรปิฎก


๕. สณมานสูตร
ว่าด้วยเสียงป่าครวญ
[๓๒] เทวดากล่าวว่า
เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน
ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่
เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น
ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ากลัวแก่ข้าพเจ้า A
[๓๓] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน
ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่
เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น
ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ายินดีแก่เรา๑
สณมานสูตรที่ ๕ จบ
เชิงอรรถ
A ดูเทียบคาถาข้อ ๒๓๒ หน้า ๓๓๓ ในเล่มนี้

บาลี



สกมานสุตฺต
[๓๒] ิเต มชฺฌนฺติเก กาเล สนฺนิสินฺเนสุ ๕ ปกฺขิสุ
ปลาเตว ๖ มหารฺ ๗ ต ภย ปฏิภาติ มนฺติ ฯ
[๓๓] ิเต มชฺฌนฺติเก กาเล สนฺนิสินฺเนสุ ปกฺขิสุ
ปลาเตว มหารฺ สา รตี ปฏิภาติ มนฺติ ฯ

******************

๕ ม. สี. สนฺนิสิเวสุ ฯ ม. สนฺนิสีเวสุ ฯ ๖ สี. ยุ. ม.
#สณเตว ฯ ๗ สี. พฺรหารฺ ฯ

อรรถกถา


อรรกถาสกมานสูตร
วินิจฉัยในสกมานสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า ฐิเต มชฺฌนฺติเก แปลว่า ในเวลาเที่ยงวัน บทว่า
สนฺนิสินฺเนสุ ได้แก่ อาศัยพักอยู่ในที่อันไม่เสมอกันเพราะเข้าไปสู่ที่ตามความ
สบายอย่างไร. อธิบายว่า ชื่อว่า เวลาเที่ยงวันนี้เป็นเวลาทุรพลแห่งอิริยาบถ
ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย. แต่ในที่นี้ ท่านแสดงความทุรพลแห่งอิริยาบถของนก
ทั้งหลายเท่านั้น. บทว่า ปลาเตว ได้แก่ ดุจเสียงครวญคราง ดุจการเปล่งเสียง
ร้องใหญ่. ก็ในที่นี้ท่านกล่าวเอาเสียงที่รบกวนเท่านั้น เสียงนี้แหละเปรียบดัง
เสียงครวญคราง. จริงอยู่ ในฤดูร้อนเวลาเที่ยงวัน พวกสัตว์ ๔ เท้า และพวก
ปักษีทั้งหลายมาประชุมกัน (พักเที่ยง) เสียงใหญ่ คือเสียงแห่งโพรงต้นไม้
อันลมเป่าแล้วด้วย แห่งปล้องไม้ไผ่ที่เป็นรูอันลมเป่าแล้วด้วย แห่งต้นไม้
ซึ่งต้นกับต้นเบียดสีกันและกิ่งกับกิ่งเบียดสีกันด้วย ย่อมเกิดขึ้นในท่ามกลางป่า
เสียงครวญครางนั้นท่านกล่าวหมายเอาเสียงใหญ่นี้.
บทว่า ตํ ภยํ ปฏิภาติ มํ ความว่า ในกาลเห็นปานนั้น เสียง
เช่นนั้น ย่อมปรากฏเป็นภัยแก่ข้าพเจ้า. ได้ยินว่า เทวดานั้นมีปัญญาอ่อน
เมื่อไม่ได้ความสุข ๒ อย่าง คือ ความผาสุกในการนั่ง ความผาสุกในการพูด
ของตนในขณะนั้น จึงกล่าวแล้วอย่างนี้. ก็เพราะในกาลเช่นนั้นเป็นเวลาสงัด
ของภิกษุผู้กลับจากบิณฑบาต แล้วนั่งถือเอากรรมฐานในป่าชัฏ แล้ว
ความสุขมีประมาณมิใช่น้อยย่อมเกิดขึ้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอาคำ
อันใดว่า
สุญฺาคารํ ปวิฏฺฐสฺส สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน
อมานุส รตี โหติ สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโตติ จ
ปุรโต ปจฺฉโต วาปิ อปโร เจ น วิชฺชติ
อตีว ผาสุ ภวติ เอกสฺส วสโต วเนติ จ.
เมื่อภิกษุเข้าไปสู่สูญญาคาร (เรือน-
ว่าง) มีจิตสงบแล้ว ยินดีอยู่ในสิ่งที่มิใช่
ของมนุษย์ จึงเห็นธรรมโดยชอบ ดังนี้
และคาถาว่า บุคคลอื่น ข้างหน้าหรือ
ว่าข้างหลัง ย่อมไม่ปรากฏ เมื่อเป็นผู้เดียว
อยู่ในป่า ความผาสุกย่อมเกิดได้โดยเร็ว
ดังนี้.
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสพระคาถาที่ ๒.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สา รติ ปฏิภาติ มํ อธิบายว่า
ในเวลาเห็นปานนี้ ชื่อว่า การนั่งของบุคคลผู้เดียวอันใด นั้นเป็นความยินดี
ย่อมปรากฏแก่เรา. คำที่เหลือ เช่นกับนัยก่อนนั่นแหละ.
จบอรรถกถาสกมานสูตรที่ ๕

ฟัง อ่าน เรื่องนี้แล้ว รู้สึกอย่างไร ? เชิญ สนทนาธรรมด้านล่างนี้

comments

Got anything to say? Go ahead and leave a comment!